บทความนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน มีเนื้อหา รูปแบบ หรือลักษณะการนำเสนอที่ไม่เหมาะสมสำหรับสารานุกรม |
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา | |
---|---|
Kasetsart University Laboratory School Center for Educational Research and Development | |
![]() | |
ที่ตั้ง | |
![]() | |
พิกัด | 13°51′4.9″N 100°34′1.16″E / 13.851361°N 100.5669889°E |
ข้อมูล | |
ชื่ออื่น | สาธิตเกษตร / สธ.มก. / KUS |
ประเภท | โรงเรียนสาธิต |
คติพจน์ | รอบรู้ สู้ชีวิต จิตมั่นคง ดำรงคุณธรรม |
ศาสนา | พุทธ |
ก่อตั้ง | 22 เมษายน พ.ศ. 2514 |
หน่วยงานทางการศึกษา | คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม |
ผู้อำนวยการ | ผกามาศ นันทจีวรวัฒน์ |
ระดับชั้น | ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 |
ภาษาที่ใช้เป็นสื่อการสอน |
|
สี | สีม่วง |
เพลง | เพลงสาธิต ม.ก. |
ต้นไม้ | กระพี้จั่น |
เว็บไซต์ | www |
![]() |
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา (อังกฤษ: Kasetsart University Laboratory School Center for Educational Research and Development) เป็นโรงเรียนสหศึกษาให้การศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นห้องปฏิบัติการฝึกหัดครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นวันที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ องค์อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมที่จะดำเนินการก่อตั้งโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ศ.ดร.อุบล เรียงสุวรรณ ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียน มีคณาจารย์จำนวนหนึ่งซึ่งย้ายโอน มาจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงศึกษาธิการ มาดำเนินงานร่วมกับคณาจารย์ของคณะศึกษาศาสตร์ที่มีอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว และรับสมัครอาจารย์ใหม่รุ่นแรกอีกส่วนหนึ่งจำนวน 37 คน และมีการเปิดรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนมีนักเรียนครบทั้ง 12 ชั้นปีในปี พ.ศ. 2518[1]
ในปี พ.ศ. 2518 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายประถมและโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ได้ริเริ่มจัดการแข่งขัน ว่ายน้ำสาธิต–สามัคคี[2] ซึ่งต่อมาจะพัฒนาต่อเป็นการแข่งขัน กีฬาสาธิตสามัคคี ที่มีการจัดการแข่งขันกีฬามากถึง 19 ชนิดกีฬาและมีโรงเรียนสาธิตเข้าร่วมทั้งหมด 23 สถาบัน
ในปี พ.ศ. 2531 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับเมืองอุบุยามาในคูมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะริเริ่มด้วยโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา วัฒนธรรม และการกีฬากับต่างประเทศ สาธิตเกษตร-อุบุยามา (ฮิโกไทย โคริว) กับโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นอุบุยามา เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองโรงเรียน และการริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนอื่นๆ ในญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ[3]
ปัจจุบันโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสถานภาพเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาโดยมีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะศึกษาศาสตร์
อาคาร | ห้องภายในอาคาร |
---|---|
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
| |
|
ทำเนียบอาจารย์ใหญ่/ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา | |||
---|---|---|---|
ลำดับที่ | นามของอาจารย์ใหญ่/ผู้อำนวยการ | วาระการดำรงตำแหน่ง | |
ศาสตราจารย์ ดร.อุบล เรียงสุวรรณ | พ.ศ. 2514 - 2518 | ||
รองศาสตราจารย์สุภากร ราชากรกิจ | พ.ศ. 2518 - 2519 | ||
รองศาสตราจารย์ ดร.องค์การ อินทรัมพรรย์ | พ.ศ. 2519 - 2523 | ||
รองศาสตราจารย์ ดร.จงรักษ์ ไกรนาม | พ.ศ. 2523 - 2524 และ พ.ศ. 2526 - 2542 | ||
รองศาสตราจารย์มัลลิกา ตัณฑนันทน์ | พ.ศ. 2524 - 2526 | ||
รองศาสตราจารย์เกื้อกูล ทาสิทธิ์ | พ.ศ. 2542 - 2549 | ||
รองศาสตราจารย์ ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ | พ.ศ. 2549 - 2553 | ||
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศศิธร จ่างภากร | พ.ศ. 2553 - 2561 | ||
ดร.ผกามาศ นันทจีวรวัฒน์ | พ.ศ. 2561- ปัจจุบัน |
หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่/ผู้อำนวยการ เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น
![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
โครงการการศึกษานานาชาติ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2537 จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในทุกวิชาโดยอาจารย์เจ้าของภาษาทั้งนี้กำหนดให้ นักเรียนทุกคนต้องเรียนวิชาภาษาไทย วัฒนธรรมไทยกับอาจารย์คนไทย ร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรส่งเสริมคุณค่าความเป็นไทยร่วมกับนักเรียนหลักสูตรปกติอย่างสม่ำเสมอ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การบริหารงานและการรับนักเรียนแยกจากหลักสูตรปกติ สถานที่เรียนตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลและขยายโอกาสทาง การศึกษาไปยังภาคตะวันออกของประเทศ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ และฝึกทักษะภาษาต่างประเทศกับอาจารย์เจ้าของภาษา โดยเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และภาษาจีนหรือญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การบริหารและการรับนักเรียน แยกจากหลักสูตรปกติ สถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 80 กิโลเมตร
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภายใต้กรอบของหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้ แต่ปรับรายละเอียดบางส่วนให้เป็น หลักสูตรท้องถิ่นที่ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของประชาคมของโรงเรียน เช่น การจัดกิจกรรมสนทนาภาษาอังกฤษในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และเริ่มเรียนภาษาอังกฤษในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีชั่วโมงสนทนาภาษาอังกฤษกับอาจารย์เจ้าของภาษาโดยตรงส่งเสริมให้นัก เรียนเลือกเรียนอย่างหลากหลายตามความถนัดและความสนใจพร้อมทั้งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อเพิ่มพูนทักษะความสามารถและ ประสบการณ์อย่างระบบต่อเนื่องสอดคล้องกัน เช่นกิจกรรมศึกษานอกสถานที่การเชิญวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่น การประกวดแข่งขันทางวิชาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การจัดนิทรรศการ ฯลฯ
นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรวิชาต่าง ๆ แล้วโรงเรียนยังมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้วยการจัดโครงการและกิจกรรมที่หลากหลาย ตามบริบทของโรงเรียน เพื่อส่งเสริมศักยภาพและพัฒนานักเรียนด้วยการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ประจำชั้น และอาจารย์ที่ปรึกษา เช่น กิจกรรมสนทนายามเช้า กิจกรรมพัฒนาตน โครงการส่งเสริมความถนัด ความสามารถ และความสนใจพิเศษ โครงการกิจกรรมเพื่อส่วนรวม (ชมรม) รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา วัฒนธรรม และการกีฬากับต่างประเทศที่จัดร่วมกับหลายโรงเรียนในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงโครงการในประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์เท่านั้น โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังมีโครงการเรียนภาษาแบบเข้มในประเทศนิวซีแลนด์ อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยในอดีตเคยมีโครงการในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และจีน
ในปีการศึกษา 2552 โรงเรียนได้มีการริเริ่มโครงการเติมเต็มศักยภาพนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ เพราะเล็งเห็นว่านักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่น สร้างผลงานที่มีคุณภาพสูง มีความต้องการโครงการการศึกษาเพิ่มเติมจากการเรียนหลักสูตรปกติ โดยมีรศ.เสารรัตน์ ภัทรฐิตินันท์ เป็นประธานคณะกรรมการ เริ่มแรกมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการรวม 225 คนประกอบด้วยนักเรียนระดับประถมศึกษา 137 คน และนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 88 คน นักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้เข้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ใน 5 รายวิชา คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ทัศนศิลป์ และคอมพิวเตอร์[5] การสอนจะเน้นกระบวนการคิดและทำงานโดยมุ่งให้ได้ชิ้นงานตามระดับความสามารถ และจะไม่สอนเนื้อหาที่เกินระดับชั้นที่เรียนอยู่ การเรียนจะเรียนในช่วงเย็นในวันธรรมดาหรือช่วงวันเสาร์
ด้วยนโยบายของโรงเรียนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนั้น นอกจากจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ปกติทั่วไปแล้ว โรงเรียนยังคำนึงถึงนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษให้มีโอกาสได้พัฒนาเต็มตาม ศักยภาพโรงเรียนจึงได้จัดหลักสูตรการศึกษาพิเศษแก่นักเรียนที่มีภาวะสมาธิ สั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ ภาวะออทิซึม
นอกจากการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน และการฝึกปฏิบัติงานครูแก่นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ แล้ว โรงเรียนยังได้จัด โครงการความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันภายในประเทศหลายโครงการ เช่นโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดแพร่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสกลนคร ฯลฯ ตลอดจนการให้บริการการฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน แก่ผู้มาเยี่ยมชม จากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการให้ความร่วมมือในการจัดวิทยากรถ่ายทอดความรู้ แก่หน่วยงานต่างๆ และยังจัดการศึกษาที่สนองต่อนโยบายของรัฐ ที่มุ่งสู่ความเป็นสากลใน ยุคโลกาภิวัตน์ด้วยการขยายโอกาสในการพัฒนาความสามารถของเด็กไทย เพื่อใช้ภาษาต่างประเทศให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตตามความเหมาะสม กับโรงเรียน คือการจัดการศึกษาโครงการการศึกษานาชาติ และโครงการการศึกษาพหุภาษา
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาได้มีการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาและส่งเสริมสมรรถภาพทางด้านกีฬาของนักเรียนในทุกระดับชั้นผ่านการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาพลศึกษา ซึ่งโรงเรียนได้มีการพัฒนาหลักสูตรการสอนเพิ่มเติม เช่น การคิดค้นกีฬา แชร์บาส ชนิดกีฬาใหม่ที่ผสมผสานระหว่างกีฬาแชร์บอลและบาสเกตบอล ประมาณปีการศึกษา 2519 ซึ่งเป็นโรงเรียนแรกที่คิดค้น เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและจัดกีฬาสีในชั้นประถมศึกษา อีกทั้งยังมีการพัฒนาศักยภาพให้กับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในด้านกีฬา โดยมีการตั้งงานพัฒนากีฬา ที่มีลักษณะโครงสร้างและระบบงานที่ช่วยให้การดำเนินงานกีฬามีความคล่องตัวในการทำงาน ประกอบด้วย ประธานงานพัฒนากีฬา คณะกรรมการ ผู้จัดการทีม สวัสดิการทีม อย่างน้อยกีฬา ๑๘ ชนิด มีการดำเนินงานคือ หานักกีฬา ฝึกซ้อม ประลอง แข่งขัน และมอบเกียรติยศ ความภาคภูมิใจ ให้นักกีฬาตามคุณสมบัติของผลงานที่กำหนด[6]
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความร่วมมือทางด้านกีฬากับหลากหลายโรงเรียน เช่น การเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาสาธิตสามัคคี กับโรงเรียนสาธิตในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมทั้งหมด 23 สถาบัน โดยโรงเรียนได้ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในทุกๆ ครั้ง หรือการแข่งขัน มหกรรมมินิรักบี้นานาชาติ ซึ่งเป็นโรงเรียนแรกๆ ที่จัดรักบี้ รุ่นอายุตั้งแต่ 6-13 ปี การแข่งขันจัดขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2530 โดยมีการเชิญชาติใกล้เคียง เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น ศรีลังกา เป็นต้น และโรงเรียนในกรุงเทพ ปริมณฑล โรงเรียนนานาชาติในประเทศ มาร่วมแข่งขัน[7] และยังมีการแข่งขัน รักบี้ยุวชนและเยาวชน รุ่น 14,16 และ 18 ปี ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งและแห่งแรกที่ช่วยสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการจัดแข่งขันรักบี้ฟุตบอล รุ่นอายุดังกล่าว มาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ใช้สนามฟุตบอลและรักบี้ของโรงเรียนเป็นสถานที่จัดแข่งขัน
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2533 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้รับ บุคคลที่ป่วยเป็นโรคออทิซึม เข้าศึกษาที่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นปีแรก โดยรับจากบุคคลที่ได้รับการประเมินจาก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ในขณะนั้น ได้แก่ ศาสตราจารย์ เพ็ญแข ลิ่มศิลา ซึ่งทั้งหมดใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอนในการร่วมชั้นเรียน และทำการเรียนการสอนจนนักเรียนที่ป่วยเป็นโรคออทิซึม จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นรุ่นแรก ใน เดือน มีนาคม พ.ศ. 2545 โดยนักเรียนที่ป่วยเป็นโรคออทิซึม จบการศึกษาพร้อมเพื่อนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา รุ่นที่ 27
ในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2562 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้จัดการเรียนการสอนให้บุคคลที่ป่วยเป็นโรคออทิซึม เป็นรุ่นที่ 30 ตลอดระยะเวลาที่จัดการศึกษา มีนักเรียนส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถเรียนจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บางรายแม้เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก แต่ก็เป็น คนเสมือนไร้ความสามารถ
บุตร และ บุตรี ที่ป่วยเป็นโรคออทิซึม ของบุคคลที่มีชื่อเสียงได้เข้าเรียนที่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา อาทิ บุตร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บุตรี ทนง พิทยะ
ยกเว้น คุณ พุ่ม เจนเซน ที่ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่สามารถใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอนได้ จึงจัดโปรแกรมให้เรียนในชั้นเรียนที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ โดย คุณ พุ่ม เจนเซน ไม่ได้เรียนที่โรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
{{cite web}}
: CS1 maint: uses authors parameter (ลิงก์)